S t o r y II :: จดหมายจากแจจุงและยุนโฮถึง cassiopeia
posted on 09 May 2009 15:58 by yoonswfrom...Jaejoung
to...Cassiopeia
TVXQ...?
ทงบังชินกิ...?
แคสสิโอเปีย...?
ผม...ยังคงมีสิ่งเหล่านี้อยู่หรือ?
อาจฟังดูตลกที่ผมคิดอย่างนั้น แต่...เช้าวันหนึ่งที่ผมตื่นขึ้นมา
เมื่อลืมตา...ก็พบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันผ่านมา 5 ปีแล้ว...
ทุกๆช่วงเวลา ทุกๆวินาที
เปลี่ยนแปลงเสมอสำหรับพวกเรา...
จากวันแรก...ที่ดูห่างเหิน
จนถึงวันนี้...
ผมเฝ้ามองเหล่าแคสสิโอเปียที่รักของผม เปลี่ยนแปลงไป...
จากเด็กประถม กลายเป็นเด็กมัธยม
จากเด็กมัธยมก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัย
แคสสิโอเปียของผมเปลี่ยนไปมาก ทั้งโตขึ้น และเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
มันน่าดีใจ...ผมดีใจกับพวกคุณจริงๆ และดีใจที่ผมได้มีโอกาสเฝ้ามองพวกคุณเติบโตขึ้นอย่างงดงามเช่นนี้
ทว่า...
กาลเวลาไม่ได้ทำให้ร่างกายเปลี่ยนไปเท่านั้น...
มันยังทำให้ "หัวใจ" เปลี่ยนไปด้วย
รุ่นน้องที่เดบิวต์หลังพวกเรามีตั้งมากมาย ทั้งซุปเปอร์จูเนียร์ บิ๊กแบง วันเดอะเกริล์ โซนยอชินแด ชายนี่ ...หลายวงจนผมนับไม่หมด
ผมรู้...ผมรู้ดี
มันผ่านมาตั้ง 5 ปีแล้วนี่นา...
5 ปี...ที่ยาวนาน นานเกินพอที่แคสสิโอเปียของผมจะเปลี่ยนใจ...
มันเป็นความจริง...
ความจริงที่ผมพยายามมองข้ามมันเรื่อยมา...ความจริงที่ว่า 'เรา' ไม่ได้มีกันและกันเหมือนเดิมตลอดไป
ผม...ยังมีแคสสิโอเปียอยู่เคียงข้างรึเปล่านะ?
ไม่สิ...เรา "ทงบังชินกิ" ...ยังมีแคสสิโอเปียของเราอยู่หรือเปล่า?
ทุกครั้งที่ผมมองไปรอบๆตัว ผมยังคงเห็นแท่งไฟสีแดง ทว่า...มันกลับไม่สว่างไสวเช่นเดิม
จุนซูบอกกับผมว่า ผมคิดมากเกินไป ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ...ผมหยุดตัวเองให้เลิกคิดไม่ได้
ทั้งๆที่แท่งไฟก็ยังเป็นสีแดงเหมือนเคย แต่...มันกลับไม่ส่องสว่างในใจผมเหมือนทุกๆครั้ง
ผมไม่ควรร้องไห้...แต่ก็ร้องไปแล้วจริงๆ
ในวันที่ผมล้ม...ผมจะมีคุณคอยให้กำลังใจไหม? แคสสิโอเปียของผม
ในวันที่ผมพลาด...ผมจะมีคุณคอยปลอบใจไหม? แคสสิโอเปียของผม
ในวันที่ผมไม่เหลือใคร...ผมจะมีคุณอยู่เคียงข้างไหม? แคสสิโอเปียของผม
ผม...ยังมีคุณอยู่รึเปล่า...?
5 ปีที่ผ่าน...
มันคงนาน...นานเกินไปแล้วจริงๆ...
เจ็บปวด...
ผมร้องไห้...และไม่อาจหยุดตัวเองได้
จนกระทั่ง...ยุนโฮ
ยุนโฮของผม เดินเข้ามาใกล้...เขาก้มลงและโอบกอดผมเอาไว้เหมือนๆกับทุกครั้ง...ที่ผมเสียใจ
เสียงกระซิบของเขาข้างใบหูของผม ย้ำเตือนให้ผมนึกถึงสิ่งที่ควรจำได้...แต่กลับลืมมันไป
"แคสสิโอเปียของเรา...เคยบอกเอาไว้ใช่ไหม?”
ความรู้สึกที่พวกเขามีต่อเรา...ทงบังชินกิทุกคน
มันไม่อาจหาคำไหนมาอธิบาย...
ไม่รู้ว่าจะสรรสร้างคำพูดหรือตัวอักษรแบบไหน...
กลั่นกรองออกมาจากหัวใจไม่ได้...
มันมายมายกว่าคำว่า “รัก”
เอ่อล้นกว่าคำว่า “ห่วงใย”
แม้สุดท้ายจะบางเบาเสียยิ่งกว่าคำว่า “ตราบนานเท่านาน”
แต่...ก็หนักแน่นพอที่จะ “คงอยู่เรื่อยไป”
...นั่น...สินะ...
ผม...ลืมมันไปได้ยังไง?
ผมลืม...ว่าแคสสิโอเปียรักพวกเรามากได้ยังไง?
อาจเพราะผมเห็นแท่งไฟสีแดงที่น้อยลง
เสียงตะโกนที่แผ่วลง
และรอยยิ้มยามได้ฟังเพลงของพวกเราน้อยลง...ละมั้ง
แต่...
มันไม่สำคัญอีกแล้ว...
แม้ว่าวันหนึ่ง ผมจะไม่เหลือแคสสิโอเปียของผมเลยซักคน
แม้ว่าวันหนึ่งทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม
ผมควรจำเอาไว้...ใส่สมองและหัวใจของผม...
แม้วันหนึ่งพวกคุณจะลืมเราไป...แต่ครั้งหนึ่ง...พวกคุณก็เคยรักผมมาก...ใช่ไหม?
ผม...และทงบังชินกิทุกคน...ก็จะรักพวกคุณตลอดไป
แคสสิโอเปียของผม...
ทงบังชินกิเป็นของพวกคุณ
และไม่ว่าเมื่อไหร่...
ทงบังชินกิจะพยายามเพื่อพวกคุณตลอดไป
แม้ว่าวันหนึ่งแสงไฟของเรา...จะค่อยๆเลือนหาย
โปรดจำเอาไว้
แสงไฟของพวกคุณ จะยังคงอยู่...
และจะอยู่ในหัวใจของเรา...ตลอดไป
มันจะส่องสว่างแม้ในวันที่มืดมิดที่สุด
และเป็นเหมือนแสงนำทางในวันที่เรา...มองไม่เห็นใคร
เพราะพวกคุณ...แคสสิโอเปียของผม...คุณได้สอนให้ผมได้เรียนรู้...และรู้จักความรักที่แท้จริงแล้ว
ความรัก ไม่ต้องการอะไรเป็นองค์ประกอบ
ไม่จำเป็นต้องรู้
ไม่จำเป็นต้องถาม
ไม่มีอะไรมาวัดได้
และไม่ต้องการแม้กระทั่งเหตุผล
เพราะสิ่งเหล่านั้น ไม่อาจนำมาวัดความรักที่พวกคุณ มี และ เคยมี ให้ผมได้
ขอบคุณ...
แคสสิโอเปียของผม
ผม..ทงบังชินกิ...เรา
...รักคุณ...ตลอดไป
End....
............................................................................... ...............................................................................
from...Yunho
to...Cassiopeia
คิม แจจุงชอบทานหรือไม่ชอบทานอะไร?
ชอง ยุนโฮชอบไปที่ไหนเวลาเหงา?
คิม จุนซูชอบสัตว์ชนิดไหน?
ปาร์ค ยูชอนรักใครมากที่สุด?
ชิม ชางมินชอบฟังเพลงอะไร?
........
......
...
ตลกน่า...
ผมล้อเล่น^^
พวกคุณทุกๆคน และแคสสิโอเปียทั้งหมด
ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามเหล่านี้เลยแม้แต่ข้อเดียว
ผมมักจะสงสัยอยู่เสมอที่ใครต่อใครมักจะตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวผม หรือเพื่อนๆในวง
ใครๆต่อใครมักจะพูดอยู่เสมอว่ารู้จักพวกผมดี...
ผมเคยคิดว่า ดีจัง ที่มีคนสนใจและพยายามที่จะรู้จักพวกเรามากถึงขนาดนี้
แต่ว่า..
วันหนึ่งที่ผมเดินอยู่บนพรมแดง
รอบตัวรายล้อมไปด้วยเหล่าบรรดาแคสสิโอเปียที่ผมรักและแสนจะภาคภูมิใจในตัวพวกเขา
ท่ามกลางทะเลไฟสีแดงระยับที่ผมมักจะชื่นชมอยู่เสมอ...
ผมได้เห็น มุมหนึ่ง...ที่ผมไม่เคยได้เห็นมาก่อน
ภาพของแคสสิโอเปียคนหนึ่งที่กำลังหลั่งน้ำตา
ภาพของแคสสิโอเปียอีกคนที่กำลังหอบจนตัวโยน
และภาพของแคสสิโอเปียอีกหลายๆคน ที่มีสภาพไม่ต่างไปจากนักรบที่เพิ่งผ่านสมรภูมิอันดุเดือด
ผม...กำลังมีความสุขอยู่บนสิ่งที่ถูกต้องแล้ว....รึเปล่า?
ผมมักจะเฝ้าถามตัวเองเสมอหลังจากที่ต้องเห็นภาพเหล่านี้ ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
ผมไม่ปฏิเสธว่าดีใจมากแค่ไหน ที่ได้มองเห็นผู้คนมากมายที่อดทนยืนรออยู่เพื่อผม
ผมไม่ปฏิเสธว่าสุขใจเพียงใด ที่ได้ยินเสียงแคสสิโอเปียตะโกนเรียกชื่อผม และวงทงบังชินกิ
ผมไม่เคยปฏิเสธได้เลยว่า ผมมีความสุขมากเพียงใด ยามได้เห็นภาพเบื้องที่เต็มไปด้วยแท่งไฟสีแดง
นับร้อย นับพัน นับหมื่น....
ทว่า...
ผมก็ไม่ปฏิเสธ ว่าผมเจ็บปวดมากแค่ไหนที่ใครซักคนต้องร้องไห้เพราะผม
ผมไม่ปฏิเสธ ว่าเศร้าใจมากแค่ไหนที่หลายๆคนต้องทรมานเพราะผม
ผมไม่ปฏิเสธ ว่าทุกข์ใจมากแค่ไหนยามที่ต้องเห็นหลายต่อหลายคนเป็นลมล้มพับไปต่อหน้าต่อตา
ผมเคยคิดเสมอว่า ถ้าเป็นผมจะทำแบบนั้นไหม?
ถ้าเป็นผม ที่ชื่นชอบใครซักคน ผมจะมีแรง และพยายามได้อย่างพวกคุณรึเปล่า?
ผมเขียน นิยายเก่ง พวกคุณรู้ใช่ไหม?
แต่ว่า...ผมเป็นคนพูดอะไรที่อยู่ในใจออกไปได้ไม่เก่งนัก
ผมจึงได้แต่ทำในสิ่งที่ผมถนัด
ผมค่อยๆบรรจงแต่ละตัว เรียงถ้อยคำออกมาอย่างตั้งใจในทุกๆคำถาม
เหนื่อยบ้างไหมที่ต้องตามพวกผมอยู่เสมอ?
เหนื่อยบ้างไหมที่ต้องวิ่งตามในสิ่งที่ไม่มีวันไขว่คว้าได้?
เหนื่อยบ้างไหมที่ต้องแบกรับภาระมากมาย เพื่อซื้อของเกี่ยวกับพวกผม หรือเพื่อหาเงินมาสนับสนุนพวกผม
พวกคุณเหนื่อยบ้างไหม?
ผมใช้เวลา 5 นาทีในการพิมพ์คำถามเหล่านี้
2 นาทีเพื่อร้องไห้และปาดน้ำตา
และอีก 5 นาทีเพื่อพิมพ์คำถามต่อมา
เหนื่อยบ้างไหมที่ต้องตั้งใจค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องของพวกผม
ต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกผม (เพราะผมเห็นบางคนตั้งใจราวกับเป็นเรื่องราวของพวกผมเป็นบทเรียน)
รู้สึกแย่บ้างไหมที่ต้องทนฟังคนมากมายพูดถึงพวกผม ว่ารู้จักพวกผมดีอย่างนั้นอย่างนี้...
ทั้งๆที่คุณเองก็รู้ดีเช่นกัน
เจ็บใจบ้างไหมที่ใครๆพยายามยกตนข่มคุณ
ว่าเขารู้เรื่องพวกผมดีกว่า ว่าเขารู้จักพวกผมดีกว่า
เบื่อบ้างไหมกับคำถามแต่ละคำถาม
ที่เหมือนจะถามเรื่องของพวกผม แต่ใจความลึกๆแล้วแฝงไปด้วยคำพูดที่ว่า
คุณรู้จักพวกผมมาก...เท่าคนที่ตั้งคำถามรึเปล่า?
ผมพิมพ์คำถามได้แค่บางส่วนจากคำถามมากมายในหัวใจของผม
มือของผมสั่นเทา นัยน์ตาร้อนผ่าวและเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
ไม่ใช่เพราะผมเหงา หรือกำลังอ่อนแอ
แต่ผมตื้นตัน...
แคสสิโอเปียอาจรู้สึกเหมือนเป็นคนที่ห่างไกลจากพวกผม ได้แค่มองดูพวกผมห่างๆเท่านั้น
แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง
ผมก็เป็นแค่คนคนหนึ่งที่ยืนมองพวกคุณได้จากที่ห่างไกลเช่นกัน
ทั้งๆที่อยากปลอบโยน อยากเช็ดน้ำตาให้พวกคุณมากเพียงใด ผมก็ไม่อาจทำได้
ไม่กี่นาทีต่อมา
คำตอบมากมายจากเหล่าแคสสิโอเปียที่หลั่งไหลเข้ามาตอบทำเอาน้ำตาผมรื้นขึ้นมาอีกรอบ
ผม...ไม่อาจจะเขียนและบรรยายความรู้สึกในหัวใจของผมได้
ผมไม่อาจพูดว่าได้โปรด กลับไป เพราะหัวใจของผมเรียกร้องที่จะเจอพวกคุณ (แคสสิโอเปียของผม)
ผมไม่อาจพูดได้ว่ากรุณา อย่ามารอผมอีก เพราะในหัวใจของผมเฝ้าหวังเสมอว่าจะได้เห็นทะเลสีแดงในทุกๆที่ที่ผมก้าวเดิน
ผมไม่อาจพูดได้ว่าขอร้อง อย่าเจ็บปวดเพื่อผมอีกเลย
ตรงกันข้าม
ได้โปรด มาหาผม(และพวกเราทุกคน) แม้คุณจะต้องเหน็ดเหนื่อยซักเพียงใด
เพราะเสียงกรีดร้องของคุณจะเป็นพลังให้ผมสามารถยิ้มออกมาได้
กรุณา มารอผม เพราะภาพของแคสสิโอเปียทุกคน
เป็นเหมือนยาที่ช่วยทำให้ผมมีกำลัง แม้ในวันที่เหนื่อยล้ามากที่สุด
ขอร้อง ช่วยอดทนเจ็บปวดเพื่อพวกผมอีกซักนิด ผมรู้ว่ามันเหนื่อย
แต่...ขอร้อง อดทนอีกนิด แล้วผมจะทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดที่มี
สร้างสรรค์ผลงาน มอบรอยยิ้ม และทำทุกๆอย่าง เพื่อแคสิโอเปียทุกคน
คุณเป็นห่วงผม ผมจะเป็นห่วงคุณให้มากกว่า
คุณเสียน้ำตาเพื่อผม ผมจะเสียน้ำตาเพื่อคุณให้มากกว่า
คุณอดทนเพื่อผม ผมจะอดทนเพื่อพวกคุณให้มากกว่า
แคสสิโอเปียทำให้ผมได้รู้ว่า
ความรัก ไม่ต้องการอะไรเป็นองค์ประกอบ
ไม่จำเป็นต้องรู้
ไม่จำเป็นต้องถาม
ไม่มีอะไรมาวัดได้
และไม่ต้องการแม้กระทั่งเหตุผล
เพราะสิ่งเหล่านั้น ไม่อาจนำมาวัดความรักที่พวกเขามีให้ผมได้
ผมไม่รู้จะตอบแทนความรักของพวกคุณยังไง
ไม่รู้ว่าจะต้องพยายามและตั้งใจมากซักแค่ไหนถึงจะเหมาะสมและคู่ควรกับความรักที่พวก
คุณมอบให้ผม
มีประโยคแค่เพียงประโยคเดียวที่ผมอยากจะบอกพวกคุณทุกคน (แคสสิโอเปียของผม)
มันอาจทำให้ผมดูเหมือนคนโง่ ที่นึกได้แต่ประโยคเดิมๆซ้ำๆ
มันอาจไม่น่าประทับใจ และไม่ลึกซึ้งอะไร
แต่...
มันก็เป็นเพียงประโยคเดียวที่คนโง่อย่างผมคิดออกมาได้
“ผมประทับใจในความรักของพวกคุณมากครับ ผมรักคุณ”
credit : NOPLOYHEROJEJUNG@siamzone .
..............................................................................
พี่คะ...ชั้นพูดได้คำเดียวว่าชั้น "ขอโทษจริงๆ"
Cassiopeia คนนึงที่ไม่เคยได้ทำอะไรเพื่อพี่สักอย่าง
สิ่งที่ชั้นทำได้นั้นมีแค่คอยปกป้อง เฝ้ามอง ดูแล สนับสนุน และรักพี่แบบนี้ตลอดไปเท่านั้น
ชั้นไม่รู้และบอกไม่ได้ว่าชั้น รวมถึงcassiopeia ทุกคนจะเสียน้ำตาไปมากเท่าไหร่กับจดหมาย 2 ฉบับนี้
มันจะเท่ากับน้ำตาที่พี่แจจุง และพี่ยุนโฮเสียไปตอนที่เขียนมันรึเปล่า...ชั้นไม่รู้เลย
ชั้นจะทำยังไงดี ชั้นไปหาพี่ไม่ได้ พี่ยุนโฮชั้นขอโทษนะคะ
ถึงในวันนี้แท่งไฟสีแดงของชั้น มันยังส่งไปไม่ถึงพี่ แต่พี่ก็รับรู้การมีอยู่ของมันใช่มั้ย ?
พี่เฝ้ามองชั้นจากเด็กประถม มาเป็นเด็กมัธยม ได้โปรดเฝ้ามองชั้นคนนี้กลายเป็นเด็กมหาวิทยาลัยด้วย
และในวันนั้นชั้นสัญญาว่าเราจะได้พบกัน ชั้นสัญญา
ชั้นอยากจะบอกกับพี่ว่าแม้ในวันนี้ชั้นจะโตขึ้น และกลายเป็นผู้ใหญ่
อะไรหลายๆสิ่งหลายๆอย่างรอบตัวชั้นเปลี่ยนไป แม้แต่หัวใจ ก็เปลี่ยนไปด้วย
จากหัวใจของเด็กน้อยคนนึงเมื่อ 5 ปีก่อนที่รักดงบังชินกิ จากวันนั้นจนถึงวันนี้
ความรักนั้นมันมีแต่เพิ่มขึ้น ๆ จนไม่รู้จุดจบอยู่ตรงไหน
ต่อให้ใครๆจะDebutออกมามากมาย แต่ก็ไม่เคยรักใครได้เท่า ทงบังชินกิ
ชั้นเจ็บปวด ที่ใครๆบอกว่ารักวงนู้นวงนี้ที่สุด ทั้งๆที่เมื่อก่อนนี้เค้าเคยได้ชื่อว่า cassiopeia
ชั้นเจ็บปวด ที่ใครบางบอกว่าพวกพี่ไม่ดี ไม่ชอบ ไม่น่าสนใจ
ชั้นเจ็บปวด ที่วันนี้ต้องยอมรับว่าแท่งไฟสีแดงในเมืองนี้ มันลดหายไป
ชั้นเจ็บปวด ที่รู้ว่า พี่เจ็บปวดขนาดไหน
ชั้นอยากจะบอกพี่เหลือเกิน ว่า "เรา" ยังมีกันและกันเหมือนเดิมเสมอมา
ทงบังชินกิ จะมีแคสซิโอเปียอยู่เคียงข้างตลอดไป
ได้โปรดพยายามต่อไป เพื่อพวกเรา
ขอบคุณ ขอบคุณมากจริงๆ
ชั้นขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ชั้นได้เป็นcassiopeia
ที่ทำให้ชั้นได้เกิดมา ได้เป็นลูกของพ่อกับแม่
ได้เจอกับเพื่อนๆของชั้นทุกคน
ได้รู้จักผู้ชายที่ชื่อ คิมแจจุง ชองยุนโฮ ชิมชางมิน ปาร์คยูชอน
และคิมจุนซู คนที่ทำให้ชั้นได้รู้และเข้าใจ ว่าคำว่า "รัก" มันเป็นอย่างไร
ชั้นไม่เคยเหนื่อย ต่อให้ต้องตามพวกพี่ไปไกลแค่ไหน
ชั้นไม่เคยเหนื่อย กับการวิ่งตามและไขว่คว้าในสิ่งที่ไม่มีวันเป็นไปได้
ชั้นไม่เคยเหนื่อย กับภาระที่มีเพื่อแลกกับการทำให้พี่ได้ประสบความสำเร็จเมื่อได้รับรางวัลมากมาย
ไม่เคยเหนื่อยเลย ชั้น...มีความสุขมากจริงๆ
ในวันที่พี่ล้ม...พี่จะมีแคสซิโอเปียของพี่คอยให้กำลังใจ
ในวันที่พี่พลาด...พี่จะมีแคสซิโอเปียของพี่คอยปลอบใจ
ในวันที่พี่ไม่เหลือใคร...พี่จะมีแคสซิโอเปียของพี่คอยอยู่เคียงข้าง
พี่...ยังมีพวกเราอยู่ ตลอดไป 난 당신을 잊지 못할 것입니다